Tast of Japan

วัตถุดิบที่สำคัญในการปรุงอาหารญี่ปุ่น

เนื้อวัววากิว

รสชาติชั้นเลิศ ผลิตผลจากความทุ่มเทของเกษตรกร

เนื้อวากิวคืออะไร

 วากิวเป็นชื่อเรียกกลุ่มโคเนื้อที่มีอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์ อาทิเช่น พันธุ์ญี่ปุ่นขนดำ พันธุ์ญี่ปุ่นขนน้ำตาล พันธุ์ญี่ปุ่นเขาสั้น และพันธุ์ญี่ปุ่นไม่มีเขา ซึ่งล้วนแต่เป็นโคที่ได้รับการออกแบบผ่านการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาวัวสายพันธุ์ใหม่ของญี่ปุ่นเอง โดยโคพันธุ์ผสมจาก 4 สายพันธุ์ที่ระบุข้างต้นยังคงจัดเป็นโควากิวด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน เราจะเรียกโคในประเทศว่าโคเลี้ยงในญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งจะต่างไปจากโควากิว แม้กระทั่งโคสายพันธุ์ต่างประเทศหรือโคนำเข้าก็ยังถูกเรียกว่าโคในประเทศหากมีการเลี้ยงดูในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป

เทคโนโลยีการเลี้ยงดูที่เปี่ยมคุณภาพกับการดูแลโดยละเอียด

 โควากิวคุณภาพสูงจะได้รับเลี้ยงดูภายใต้เทคโนโลยีการเกษตรรูปแบบพิเศษและการดูแลอย่างละเอียดเท่านั้น เกษตรกรจะเฝ้าดูแลโควากิวราวกับเลี้ยงดูลูกของตัวเอง ในคอกที่ถูกสุขอนามัย มีอากาศถ่ายเทสะดวก และปกคลุมไปด้วยไม้สับ โดยให้หญ้าผสมอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าสูงเป็นอาหาร เนื้อวากิวจึงออกมานุ่ม ฉ่ำ ละลายในปาก รสชาติกลมกล่อม เพราะเกษตรกรมีการดูแลวัวอย่างถี่ถ้วนในทุกรายละเอียด รวมไปจนถึงเรื่องสุขภาพ

ลวดลายคล้ายหินอ่อน อีกหนึ่งข้อพิสูจน์รสชาติและคุณภาพชั้นเลิศ

 ลักษณะเด่นของโควากิว คือเนื้อที่นุ่มลิ้น สัมผัสชุ่มฉ่ำ อีกทั้งยังมีรสชาติเข้มข้น เปี่ยมไปด้วยความอร่อย ความอร่อยที่ว่านี้วัดได้จากคุณภาพของไขมัน ไขมันในเนื้อวากิวจะไม่เลี่ยนและให้ความรู้สึกเหมือนละลายบนลิ้น เราเรียกลวดลายหินอ่อนของเนื้อที่มีความสวยงามและโดดเด่นนี้ว่า "ซาชิ" หรือ "ชิโมฟูริ" เนื้อวากิวจะได้รับการตรวจสอบโดยละเอียดก่อนที่จะปล่อยออกสู่ตลาด เพื่อตรวจสอบสีและปริมาณเนื้อแดง รวมถึงลวดลาย "ซาชิ" เพื่อทำการประเมินเกรดของเนื้อ โดยเกรด A5 จัดเป็นเกรดสูงสุด โดยมีการนำสัญลักษณ์เนื้อวากิวมาใช้เป็นมาตรฐานในการจัดระดับเนื้อวากิว ซึ่งสามารถใช้อ้างอิงเพื่อค้นหาเนื้อวากิวคุณภาพดี รสชาติอร่อย โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าเหล่าคนสุขภาพดีมักจะเลือกเนื้อวากิวแบบเนื้อแดงที่มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ
* โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญลักษณ์เนื้อวากิวในลิงก์ด้านล่าง
http://www.maff.go.jp/j/export/wagyu/

มีระบบควบคุมที่เข้มงวดเพื่อจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่คุณเชื่อถือได้

 หลังการแพร่ระบาดของโรควัวบ้า (โรคสมองรูปฟองน้ำวัวหรือ BSE) ในช่วงต้นปี 2543 และโรคปากและเท้าเปื่อยในปี 2553 ญี่ปุ่นได้นำเอาวิธีการตรวจสอบโรควัวบ้าที่เข้มงวดเข้ามาใช้ และดำเนินการกำจัดอวัยวะและเนื้อเยื่อสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูงเฉพาะ (SRM) ออกจากวัวทุกตัวในประเทศ ความละเอียดในการตรวจสอบนี้เรียกได้ว่าเข้มงวดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการลงทะเบียนโคทุกตัวที่เกิดในญี่ปุ่นไว้ในทะเบียนโค ซึ่งจะจัดทำขึ้นเมื่อโคแต่ละตัวถือกำเนิด โดยมีระบบสืบมาตรฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์และมีการกำหนดหมายเลขประจำตัวให้กับโคทุกตัว เมื่อมีการนำหมายเลขมาใช้ เราจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดในประวัติเนื้อโคญี่ปุ่นที่มีในตลาดได้ ไม่ว่าจะป็นชนิด วันเกิด ฯลฯ